4 เทรนด์ SEO ที่นักการตลาดควรรู้

4 เทรนด์ SEO ที่นักการตลาดควรรู้

4 เทรนด์ SEO ที่นักการตลาดควรรู้ ในขณะที่ภูมิทัศน์ดิจิทัล ยังคงพัฒนา และเติบโตเต็มที่ เหล่านักการตลาดจำเป็นต้องตระหนักถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ในหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา (SERP) และอัลกอริธึมการค้นหาที่สำคัญ

เพื่อที่จะอยู่นำหน้าเส้นโค้ง และขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจ ซึ่งต่อไปนี้จะเป็นแนวโน้ว SEO ที่สำคัญอยู่ 4 ประการหลัก ๆ ที่เหล่านักการตลาดจะต้อง หรือควรคำนึงถึงเป็นอย่างมากในปี 2021 นี้ คือ

1. Core Web Vitals

ซึ่งในเดือนพฤษภาคม Google ได้มีการเปิดตัว Core Web Vitals ซึ่งประกอบด้วย ปัจจัยเกี่ยวกับการจัดอันดับหลัก ๆ 3 ประการ ที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของผู้ใช้ทั้งหมด โดยตัวชี้วัด Web Vitals หลัก 3 ประการ นั้นก็คือ

  • Largest Contentful Paint (LCP)
  • First Input Delay (FID)
  • Cumulative Layout Shift (CLS)

โดยจะอธิบายถึงหลักสำคัญ 3 ประการแบบสรุปที่สามารถเข้าใจง่าย คือ

  • Largest Contentful Paint (LCP) เป็นเมตริกที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง สำหรับการวัดความเร็วในการโหลดที่รับรู้ เนื่องจากจะทำเครื่องหมายจุดในไทม์ไลน์การโหลดหน้าเว็บ เมื่อเนื้อหาหลักของหน้าน่าจะโหลดขึ้น LCP ที่รวดเร็ว สามารถช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจว่า หน้าเว็บมีประโยชน์
  • First Input Delay (FID) เป็นเมตริกที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง สำหรับการวัดการตอบสนองต่อโหลด เนื่องจากจะวัดปริมาณประสบการณ์ที่ผู้ใช้รู้สึก เมื่อพยายามโต้ตอบกับหน้าเว็บที่ไม่ตอบสนอง ซึ่ง FID ต่ำ จะช่วยให้แน่ใจว่าหน้าเว็บนั้นใช้งานได้ (สามารพิจารณาได้ว่า ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับเพจได้เร็วเพียงใด และเวลาที่ใช้ในการเริ่มประมวลผลองค์ประกอบเพื่อตอบสนองต่อการกระทำที่ผู้ใช้ต้องการ)
  • Cumulative Layout Shift (CLS) เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง สำหรับการวัดความเสถียรของภาพ เนื่องจากสามารถช่วยหาจำนวนว่าผู้ใช้ประสบกับการเปลี่ยนแปลงเลย์เอาต์ที่ไม่คาดคิดบ่อยเพียงใด CLS ที่ต่ำช่วยให้มั่นใจได้ว่าหน้าเว็บนั้นน่าพึงพอใจ หรือกล่าวอีกในหนึ่ง คือ วัดความเสถียรของภาพ และการเคลื่อนไหวขององค์ประกอบของหน้าในขณะที่แสดงผลหน้า Google ระบุว่า วัตถุไม่ควรเคลื่อนที่ไปมาในขณะที่โหลดหน้าเว็บ และนี่อาจเป็นสิ่งที่คุณอาจเคยประสบมา หากคุณเคยพยายามคลิกปุ่ม แต่สุดท้ายคุณจะคลิกอย่างอื่นเพราะหน้าเว็บเปลี่ยนไปทันทีที่คุณคลิก

ด้านล่างนี้คือตารางจากการอัปเดตของ Google ที่แสดงวิธีการให้คะแนนแต่ละเมตริก

4 เทรนด์ SEO ที่นักการตลาดควรรู้

โดย Google ได้กำหนดรูปแบบอินเทอร์เน็ต และวิธีที่เราค้นหาทางออนไลน์ และเมื่อมีผู้คนเริ่มกระบวนการซื้อทางออนไลน์มากขึ้น

เว็บไซต์ที่ให้ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีที่สุด จะได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถช่วยให้คุณเริ่มต้นในการวัด Web Vitals นั่นเอง

2. การเพิ่มประสิทธิภาพเนื้อหาที่มีอยู่

สำหรับการสร้าง และการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ และเนื้อหาแบบพรีเมียมนั้น เป็นกระบวนการที่จะสามารถนำกลับมาทำซ้ำได้ ซึ่งมีเหล่านักการตลาดที่กำลังเข้าใจผิด ตัวอย่างเช่น บทความในบล็อก

หรือหน้า Landing Page มีการเขียน หรือตั้งใหม่ตั้งแต่ต้น แทนที่จะปรับเปลี่ยนสิ่งที่มีอยู่แล้วให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเนื้อหาของคุณได้ แล้วจึงกดเผยแพร่ได้อีก

ดังนั้น ก่อนที่คุณจะสร้างเอกสารทางการตลาดชิ้นใหม่ขึ้นมา ให้ถามตัวเองว่าเนื้อหาใดที่ตรงกับหัวข้อนั้นแล้ว เช่น

  • คุณมีบล็อกโพสต์ที่ติดอันดับบน Google หน้า 2-3 และด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อย ก็สามารถเข้าถึงหน้าแรกได้หรือไม่
  • คุณมีหน้าเว็บไซต์ที่มีการเข้าชมสูง แต่มีปัญหาในการแปลงผู้ใช้หรือไม่
  • คุณมีอีเมลดูแลที่ได้รับ แต่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ หรือไม่?

โดยการเจาะลึก และเพิ่มประสิทธิภาพสื่อการตลาดในปัจจุบัน แทนที่จะสร้างหลักประกันใหม่ ซึ่งเป็นผลประโยชน์สำหรับคุณ คือ ประหยัดเวลาโดยไม่ต้องสร้างเนื้อหาใหม่

, ดูว่าสิ่งใดได้ผลเมื่อเวลาผ่านไป เพื่อให้คุณได้ใช้กลยุทธ์ หรือวิธีที่ได้ผลดี และยังสามารถช่วยให้คุณประหยัดเวลาโดยไม่ต้องอัพเดทหลักประกันเพิ่มเติมในที่ต่าง ๆ และยังสามารถเรียนรู้สิ่งที่ขาดหายไปจากหลักประกันปัจจุบัน เพื่อให้คุณสามารถสร้างแนวคิดในการทำให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

โดยเครื่องมือ SEO เช่น Ahrefs , Frase และ SEMrush สามารถช่วยให้คุณเข้าใจว่า เนื้อหาของคุณอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ ซึ่งมีการเข้าชม หรือเข้ามามีส่วนร่วมมากน้อยเพียงใด และคำถาม วลี และคำค้นหาอื่น ๆ ที่คุณใส่ได้ จะช่วยให้หน้า หรือบล็อกของคุณมีอันดับสูงขึ้นนั่นเอง

เนื่องจาก Google ยังคงให้รางวัลแก่ไซต์ที่ตอบสนองความตั้งใจในการค้นหาของผู้ใช้ได้ดีที่สุด คุณจำเป็นต้องตรวจสอบ และประเมินหน้าไซต์ และบล็อกของคุณอย่างต่อเนื่อง

เพื่อทำความเข้าใจว่า คุณกำลังตอบคำถามที่นำคนมาที่ไซต์ของคุณได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนหรือไม่ ครอบคลุมหัวข้อที่ผู้คนกำลังค้นหาในอุตสาหกรรมของคุณ จากนั้น จึงสร้างเนื้อหาที่คิดออกมาได้ดีกว่า และละเอียดกว่าคู่แข่งของคุณ

3. PR Outreach to Leverage Domain Authority จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ

ลิงก์ย้อนกลับจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือนั้น จะยังคงเป็นปัจจัยในการจัดอันดับที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากเว็บไซต์ และแหล่งที่มาคุณภาพสูง ที่มีการเข้าชมสูง

ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้สนับสนุนคุณภาพการค้นหาของ Google กล่าวว่า ลิงค์ย้อนกลับเดียวจากไซต์ข่าวเด่น มักจะมีค่ามากกว่าการมีลิงก์หลายล้านลิงก์จากไซต์คุณภาพต่ำกว่า

เพื่อเพิ่มปริมาณการเข้าชม และสร้างอำนาจโดเมนของเว็บไซต์ของคุณอย่างต่อเนื่อง นักการตลาดควรปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของ SEO ร่วมกับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และข่าวประชาสัมพันธ์ เพื่อรับลิงก์ และตำแหน่งในไซต์ใหม่ และสิ่งพิมพ์ในอุตสาหกรรมที่มีการเข้าชมสูง

4. รับตัวอย่างข้อมูลแนะนำ

การค้นหาของ Google มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นการค้นหาแบบ “คลิกศูนย์” ซึ่งหมายความว่า ผู้ใช้พบคำตอบสำหรับคำค้นหาโดยไม่ต้องคลิกลิงก์เลย

ด้วยเหตุนี้ นักการตลาด จึงต้องพิจารณาคำหลัก และวลีที่ดึงดูดการเข้าชมมายังไซต์ของคุณ และเพิ่มประสิทธิภาพหน้าเว็บ หรือบล็อกเหล่านั้น เพื่อให้คำตอบที่เป็นประโยชน์ และรวดเร็วซึ่งบอทของ Google สามารถรวบรวมข้อมูล และแสดงในตัวอย่างข้อมูลเด่นได้

โดยการได้รับตัวอย่างข้อมูลแนะนำจากคำค้นหาที่แข่งขันกัน มักจะทำให้แน่ใจได้ว่า ผู้ใช้ไม่เคยแม้แต่จะดูคู่แข่งของคุณด้วยซ้ำ เพราะคุณได้ให้คำตอบไว้แล้ว

ดังนั้น ยิ่งคุณเพิ่มประสิทธิภาพหน้าเว็บ และบล็อกของคุณเพื่อแสดงให้ Google เห็นว่า บทความของคุณเป็นบทความที่ตอบคำถามการค้นหาได้ดีที่สุด คุณก็จะยิ่งได้รับประโยชน์จากมุมมองของการเข้าชม และการแสดงผลมากขึ้นเท่านั้น

4 เทรนด์ SEO ที่นักการตลาดควรรู้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญ 2 ประการ ที่นักการตลาดควรให้ความสำคัญในปีหน้านี้ ก็คือ ความตั้งใจ และประสบการณ์ ซึ่งเสิร์ชเอ็นจิ้นมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา แต่แนวโน้มที่เรายังคงเห็นตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือ อัลกอริธึมได้รับการอัปเดต เพื่อให้รางวัลแก่ธุรกิจที่มอบประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม หรือเฉพาะกลุ่ม

ดังนั้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่า ไซต์ของคุณมีความรวดเร็ว และปรับให้เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ จากนั้น จึงเน้นเนื้อหาทั้งหมดของคุณตามจุดประสงค์ของผู้ใช้ โดยผู้ใช้กำลังมองหาอะไรในเว็บไซต์ หรือบล็อกของคุณ และพวกเขาจะพบคำตอบได้เร็วเพียงใด

ยิ่งคุณสามารถให้ข้อมูลนี้ในเนื้อหา และหน้าเว็บไซต์ของคุณได้ดีเท่าไร คุณก็จะมีอันดับที่ดีขึ้นในหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา และเพิ่มโอกาสในการขายที่มากขึ้นที่คุณจะแปลงเมื่อเวลาผ่านไป

Credit

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *