ค่า SPF ในครีมกันแดด คืออะไร

ค่า SPF ในครีมกันแดด คืออะไร

ค่า SPF ในครีมกันแดด คืออะไร เมื่อมีการพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ซึ่งเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ผลิตภัณฑ์กันแดดทุกตัวจะมีค่า SPF และ PA+++ เขียนอยู่ข้างผลิตภัณฑ์เสมอ และมันหมายความว่าอะไรกัน และมีความสำคัญอย่างไรนั้น มาทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กันเลย

ซึ่งจะเห็นว่า ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของเกาหลีเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของวัยรุ่นหาย ๆ คน และวัฒนธรรมความงามของเกาหลียังได้รับรางวัลเกี่ยวกับสูตรครีมกันแดด และด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของเกาหลี โดยเฉพาะครีมกันแดดนี้ สิ่งสำคัญ คือต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับฉลากป้องกันรังสียูวีต่าง ๆ ที่ใช้ในการวัดค่าการป้องกันแสงแดด และความแตกต่างจากค่า SPF

SPF หรือ Sun Protection Factor ซึ่งเป็นตัวชี้วัด ว่าครีมกันแดดจะสามารถปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้ดีเพียงใด ซึ่งรังสีชนิดนี้ เป็นรังสีหนึ่งที่ทำให้ผิวไหม้ ทำลายผิวหนัง และอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

โดยปกติแล้ว ผิวของคนเราจะไหม้หลังจากโดนแดดตั้งแต่ 10 นาทีขึ้นไป ซึ่งการทาครีมกันแดด SPF 15 จะช่วยให้ผู้ของคนเราสามารถทน และอยู่กลางแดดได้โดยไม่แสบร้อน เป็นเวลาประมาณ 150 นาที (นานกว่า 15 เท่า) นี่คือ ค่าประมาณคร่าว ๆ ที่ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความเข้มของแสงแดด และปริมาณครีมกันแดดที่ใช้ SPF ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดการป้องกันจากปริมาณรังสี UVB นั่นเอง

เพื่อการปกป้องที่ดีที่สุด มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้ครีมกันแดด SPF ขั้นต่ำ 15 โดยทาในปริมาณที่เหมาะสม (2 มก. / ซม. 2 ของผิวหนัง หรือประมาณหนึ่งออนซ์สำหรับการปกปิดทั้งตัว) และทาซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง

มาตราส่วน SPF (Sun Protection Factor) ในการทาครีมกันแดด มีดังนี้

1. SPF 15 ป้องกันรังสี UVB 93%

2. SPF 30 บล็อกรังสี UVB ได้ 97%

3. SPF 50 บล็อกรังสี UVB ได้ 98%

ดังนั้น วิธีหนึ่งในการพิจารณา คือ ครีมกันแดด SPF 30 ให้การปกป้องมากกว่าครีมกันแดด SPF 15 เพียง 4% เท่านั้น

หรืออีกวิธีหนึ่งในการดูคือ SPF 15 (การป้องกัน 93%) ช่วยให้ 7 จาก 100 โฟตอนผ่าน และ SPF 30 (การป้องกัน 97%) ช่วยให้ 3 ใน 100 โฟตอนผ่าน

ดังนั้น แม้ว่าคุณจะไม่ได้เพิ่มระดับการป้องกันเป็นสองเท่า แต่ SPF 30 จะป้องกันรังสีครึ่งหนึ่งที่ค่า SPF 15 จะปล่อยผ่านสู่ผิวของคุณ ซึ่งมันค่อนข้างซับซ้อน แต่เพื่อให้ง่ายขึ้น แพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้ครีมกันแดด SPF 15 หรือ SPF 30

ความรู้เพิ่มเติม

ทำไมไม่ใช้ Sun Protection Factor สูง ๆ ล่ะ ? ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงมาก เช่น SPF 75 หรือ SPF 100 ไม่ได้ให้การปกป้องที่สูงกว่า SPF 30 อย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ผู้คนเข้าใจผิดคิดว่ามันมีการปกป้องมากกว่าที่เป็นจริง นอกจากนี้ เพื่อให้มีการป้องกันคลื่นความถี่กว้าง การป้องกัน UVA ควรมีอย่างน้อย 1/3 ของการป้องกัน UVB ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง มักให้รังสี UVB มากกว่าการป้องกันรังสี UVA ดังนั้น จึงทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิดในค่า SPF เหล่านี้ก็เป็นได้

ค่า SPF ในครีมกันแดด คืออะไร

การทดสอบครีมกันแดด SPF ของ Badger
โดยครีมกันแดดทั้งหมดต้องผ่านการทดสอบค่า SPF ที่ได้รับการรับรองจาก FDA เพื่อให้สามารถเรียกร้อง UVB ได้ การทดสอบ SPF มี 3 ประเภทหลัก ๆ คือ SPF Static, SPF Water Resistant 40 นาที และ SPF Water Resistant 80 นาที ซึ่งผู้ผลิตครีมกันแดดทุกรายต้องปฏิบัติตามการทดสอบที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหาร และยาทุกราย เพื่อให้มั่นใจว่าการอ้างสิทธิ์ของ SPF นั้นสอดคล้องกันในครีมกันแดด สารเคมี และแร่ธาตุทั้งหมด

SPF มีความสำคัญหรือไม่

ดวงอาทิตย์จะปล่อยรังสี 2 ชนิด คือ รังสียูวีเอ และยูวีบี รังสี UVA มีส่วนทำให้เกิดริ้วรอยแห่งวัย เช่น ริ้วรอย และความหย่อนคล้อย รังสี UVB เป็นสารก่อมะเร็งมากกว่า และมักก่อให้เกิดอาการไหม้แดด รังสี UVA ยังทำให้รังสี UVB มีปฏิกิริยามากขึ้น ดังนั้นเมื่อรวมกันแล้วทั้ง 2 อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

และ SPF ทำงานโดยการขยายการป้องกันตามธรรมชาติของผิวจากแสงแดด ตัวอย่างเช่น ค่า SPF 15 ให้การปกป้องมากกว่าผิวปกติของคุณโดยไม่ใช้ครีมกันแดดประมาณ 15 เท่า ค่า SPF 50 จะให้การปกป้องมากกว่าผิวที่ไม่มีครีมกันแดดถึง 50 เท่า การเลือกครีมกันแดดแบบสเปกตรัมกว้าง หมายถึง ครีมกันแดดชนิดหนึ่งที่จะป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ดังนั้น SPF จึงมีความสำคัญกับผิวของเราเป็นอย่างมาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *