ผู้ที่จะแก้ไขปัญหาขยะอวกาศ

ผู้ที่จะแก้ไขปัญหาขยะอวกาศ

ผู้ที่จะแก้ไขปัญหาขยะอวกาศ โดย Paul M. Sutter เป็นนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ ที่ SUNY Stony Brook และ Flatiron Institute ซึ่งเป็นเจ้าภาพของ ” Ask a Spaceman “และ ” Space Radio ” และผู้แต่ง ” How to Die in Space “

และจะเห็นว่า มีหลายสือที่ได้แสดงภาพเกี่ยวกับชิ้นส่วน หรือขยะอวกาศที่ได้ศึกษา และติดตามมากกว่า 20,000 ชิ้น ที่โคจรอยู่รอบโลก โดยแต่ละชิ้น มีการเดินทางด้วยความเร็ว ประมาณ 15,000 ไมล์ต่อชั่วโมง (24,000 กม./ชม.)

ซึ่งขยะแต่ละชิ้นนั้น มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติภารกิจอวกาศในอนาคต และไม่มีใครสามารถขึ้นไปทำความสะอาดได้ เนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ยุ่งยากพอสมควร

ในช่วงต้นปี 1960 กองทัพสหรัฐต้องการคิดค้นวิธีใหม่ และต้องการพึ่งพาสัญญาณวิทยุ ที่สะท้อนจากชั้นบรรยากาศรอบนอก

ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่น่าเชื่อถือ วิธีแก้ปัญหายุคสงครามเย็น? โครงการที่เรียกว่า Project West Ford ซึ่งเป็นแผนที่จะเปิดตัวเข็มทองแดงขนาดเล็กจำนวน 480 ล้านชิ้น สู่อวกาศ ทำให้โลกมีไอโอโนสเฟียร์ประดิษฐ์ และเป็นวิธีการสื่อสารที่เชื่อถือได้

หลังจากเปิดตัวชุดแรกได้สำเร็จ โปรแกรมก็ถูกยกเลิก ซึ่งเหตุผลหนึ่ง คือ การพัฒนาดาวเทียมสื่อสารอย่างรวดเร็ว อีกอย่าง คือ ทุกคนตระหนักว่า การส่งขยะแบบสุ่มจำนวน นับไม่ถ้วนไปยังอวกาศ อาจเป็นความคิดที่ไม่ดีสักเท่าไหร่

ตั้งแต่นั้นมา ปริมาณขยะอวกาศก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น และในวงโคจรของโลก มีวัตถุมากกว่า 23,000 ชิ้นที่มีขนาดใหญ่กว่าประมาณ 4 นิ้ว (10 เซนติเมตร) อีกครึ่งล้านชิ้น ที่มีขนาดใหญ่กว่าประมาณ 0.4 นิ้ว (1 ซม.)

และอาจเล็กกว่านั้นประมาณ 100 ล้านชิ้น ตามข้อมูลของ NASA จะเห็นว่า มีประเภทขยะมากมาย หลายชิ้นส่วน เช่น ยานอวกาศที่ใช้งานไม่ได้แล้ว จรวดที่ใช้แล้ว อุปกรณ์ที่เคยสูญหายจากภารกิจต่าง ๆ ของอวกาศ (รวมถึงถุงมือ กล้อง ผ้าห่ม ประแจ และแปรงสีฟัน) เศษซากอุปกรณ์แบบสุ่ม เศษสี เศษโลหะ สารขับเคลื่อนที่แช่แข็ง และสกรู และสลักเกลียวจำนวนมาก

ผู้ที่จะแก้ไขปัญหาขยะอวกาศ

แต่อย่างไรก็ตาม ขยะเหล่านี้ จะสามารถทำให้เกิดอันตรายกับการใช้ชีวิตของเราได้ในอนาคต จึงมีการเร่งรีบที่จะนำกำลังพลเข้าทำความสะอาด แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ค่อนข้างที่จะยุ่งยาก และซับซ้อน เป็นอย่างมาก และต้องใช้เวลาหลายวัน หรือหลายปีเช่นเดียวกัน

จากข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2539 องค์การป้องกันขีปนาวุธ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ใช้จรวดเดลต้า II เพื่อส่งดาวเทียมตรวจสอบอินฟราเรด ขึ้นสู่วงโคจร

และประมาณ 1 ปีต่อมา ล็อตตี้ วิลเลียมส์ แห่งทัลซา รัฐโอคลาโฮมา กำลังสนใจที่จะทำภาระกิจบนอวกาศ เมื่อเธอถูกชิ้นไฟเบอร์กลาส และอะลูมิเนียมยาว 6 นิ้ว (15 ซม.) กระแทกที่ไหล่ ไม่กี่นาทีต่อมา ชิ้นส่วนขยะก็เริ่มลอยมาเรื่อย ๆ และชบกับจรวดเดลต้า II

โดยวิลเลียมส์ ได้กลายเป็นบุคคลแรก (และจนถึงตอนนี้) ที่โดนขยะอวกาศตกลงมา และจะเห็นว่ามีขยะอวกาศประมาณ 100 ตัน ที่ตกไปยังพื้นผิวโลกทุก ๆ ปี (แม้ว่าส่วนใหญ่มันจะตกลงสู่มหาสมุทร และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อมนุษย์ก็ตาม)

และยังมีอีก ในปี 2550 จีนได้ทดสอบเทคโนโลยีต่อต้านดาวเทียม โดยขว้างกระสุนปืนความเร็วสูงขนาดมหึมาใส่ดาวเทียมตรวจสภาพอากาศ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากลยุทธ์บรรเทาผลกระทบเหล่านี้ อาจช่วยควบคุมการแพร่กระจายของขยะอวกาศ แต่ก็สามารถกำจัดขยะอวกาศได้ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม ชั้นบรรยากาศของโลก สามารถกำจัด หรือดูดกลืนขยะเหล่านี้ได้ แต่กระบวนการนี้ อาจใช้เวลาหลายเดือน หลายปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวงโคจรอีกด้วย

ปัจจุบัน จะเห็นว่า มีหลายหน่วยงานด้านอวกาศ และบริษัทเอกชนได้เสนอแนวคิด ในการทำความสะอาดที่หลากหลายวิธี ซึ่งภารกิจพิเศษนี้ สามารถกำจัดขยะต่าง ๆ บนอวกาศ สามารถลงสู่ชั้นบรรยากาศ หรือขึ้นสู่จุดรวมของขยะ ที่ห่างไกล หรือไม่เกิดอันตรายต่อเหล่านักวิทยาศาสตร์ หรือนักดาราศาสตร์ได้

ผู้ที่จะแก้ไขปัญหาขยะอวกาศ

โดยใช้เทคโนโลยี เก่า ๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ นั่นคือ ฉมวก และแห และแผนสำรองอื่น ๆ อาจมีการเรียกใช้เลเซอร์ บนพื้นดินเพื่อให้ความร้อนด้านหนึ่งของดาวเทียม ทำให้มันเปลี่ยนวงโคจร และติดอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลก

แต่นอกเหนือจากเลเซอร์บนพื้นดิน ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “Laser brooms” ซึ่งถ้าแปลเป็นภาษาไทยเรา นั่นก็คือ ไม้กวาดเลเซอร์ นั่นเอง

ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดนี้ ได้มีการเรียกร้องให้ปล่อยดาวเทียมดวงใหม่ ซึ่งทำให้การทำความสะอาดดาวเทียมนั้น ค่อนข้างที่จะมีราคาแพงอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีความจริงที่ว่า เทคโนโลยี “การล้างข้อมูลดาวเทียม” ใด ๆ จะกลายเป็นเทคโนโลยี “กำจัดดาวเทียมของศัตรูออกจากท้องฟ้า” โดยอัตโนมัติ ซึ่งหมายความว่า ข้อเสนอใด ๆ จะเคลื่อนเข้าสู่น่านน้ำ ที่ห่างไกลจากผู้คน

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับตอนนี้ กลยุทธ์ที่ดีที่สุดของเรา คือ การติดตาม ตรวจสอบ และเตือน โดยใช้เครือข่ายของหอดูดาวภาคพื้นดิน และบนดาวเทียม นั่นเอง

Credit

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *