ทำไมไวรัสโคโรนาจึงโจมตีที่ปอด

ทำไมไวรัสโคโรนาจึงโจมตีที่ปอด

ทำไมไวรัสโคโรนาจึงโจมตีที่ปอด ไวรัสนั้นมีความซับซ้อนอยู่พอสมควร เนื่องจาก มันเป็นสสาร หรือเป็นจุลินทรีย์บางอย่างที่อาศัยอยู่ในร่างกายของมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตาม ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ในเหล่านักวิทยาศาสตร์ และยังให้ข้อเท็จจริงไม่ได้ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต หรือไม่มีชีวิตกันแน่

เพราะหากเรียกมันว่าเป็นสิ่งมีชีวิต แต่มันก็มีองค์ประกอบบางอย่างที่ไม่ครบ เนื่องจากมันไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองไปไหนได้ แต่จะบอกว่ามันตายแล้ว แต่มันก็ยังสามารถมี productive ที่ยังสามารถแพร่พันธุ์ได้

ซึ่งไวรัสนั้น เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่ต้องมองผ่านกล้องจุลทรรศน์ ดังนั้น ไว้รัสมันจึงมีลักษณะพิเศษในตัวมันอยู่ ถ้าจะมองว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต ก็เพราะว่า มันยังสามารถแพร่พันธุ์ได้นั่นเอง แต่มันต้องอาศัยเซลล์ที่มีโปรตีนของสิ่งมีชีวิตในการแพร่พันธุ์

เพราะฉะนั้น ไวรัสก็เหมือนปรสิตที่มักอาศัยอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิต ในการแพร่เผ่าพันธุ์ของมัน

จากการศึกษาข้อมูลรหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2019 มีการระบุไว้ชัดเจนว่า ไวรัสนี้มีความใกล้เคียงกับไวรัสในตัวของค้างคาว จึงเชื่อได้ว่า แหล่งต้นกำเนิดของไวรัสนี้น่าจะมาจากค้างคาว ซึ่งเป็นเหมือนโรคซา และเมอร์ส ซึ่งเกี่ยวกับโคโรน่าเช่นกัน

แต่การแพร่ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไม้ได้เกิดจากการที่ค้างคาวส่งมาให้เราโดยตรง แต่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า น่าจะเกิดจากค้างคาว ส่งเชื้อสู้สัตว์ชนิดต่าง ๆ ก่อน ซึ่งกรณีนี้ น่าจะส่งผ่านจากตัวนิ่ม เพราะว่าตัวนิ่มเป็นที่นิยมรับประทานในตลาดสดของจีนเป็นอย่างมาก จึงเป็นไปได้ว่ามนุษย์อาจได้รับเชื้อมาจากตัวนิ่ม ที่ติดมาจากค้างคาวนั่นเอง

องค์ประกอบของไวรัส

1. กรดนิวคลีอิก

ซึ่งจะควบคุม หรือสร้างส่วนประกอบของไวรัส และถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม อย่าง DNA หรือ RNA

2. Capsid

คือ โปรตีนที่ห่อหุ้มรอบกรดนิวคลีอิก เพื่อทำหน้าที่ป้องกันกรดนิวคลีอิก แล้วก็ใช้ในการเกาะติดของเซลล์สิ่งมีชีวิตที่เข้าไปแพร่พันธุ์

3. Envelope protein

ซึ่งเป็นไขมัน ที่สำหรับห่อหุ้ม Capsid ซึ่งจะสามารถพบได้ในไวรัสบางชนิดเท่านั้น เพราะฉะนั้น ไวรัสจะมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ ชนิดที่มีเปลือกหุ้ม และไวรัสที่ไม่มีเปลือกหุ้มนั่นเอง

ซึ่งไวรัสโคโรนา 2019 นั้น จะเป็นแบบมีเปลือกหุ้มนั่นเอง และส่วนประกอบที่สำคัญ ที่ทำให้ไวรัสโคโรนามีความพิเศษนั่นก็คือ สิ่งที่โรโรนาไวรัสมี คือ Spike (S) protein ซึ่งไวรัสโคโรนานั้นจะมีลักษณะเป็นวงกลม และมีหนามล้อมรอบ ซึ่งจะเหมือนกับมงกุฏ จึงได้มีชื่อว่า โคโรน่า ที่แปลว่า มงกุฏนั่นเอง

ซึ่งตัวที่เหมือนมงกุฏจะยื่นออกมา โดยเรียกว่า Spike (S) protein ซึ่งมันจะทำหน้าที่ ที่เปรียบเสมือนลูกกุญแจ ที่ทำหน้าที่ไขประตูเข้าสู่เซลล์ร่างกายของมนุษย์ ตัวถัดไปคือ เปลือกหุ้ม หรือ Envelope protein จะทำหน้าที่ปกป้องตัวไวรัส

ทำไมไวรัสโคโรนาจึงเจาะจงเข้าทำลายปอดของมนุษย์

อันดับแรกคือ ถ้า Spike (S) protein ของไวรัส เป็นเหมือนลูกกุญแจอย่างที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น ร่างกายของคนเราก็ต้องมีแม่กุญแจ โดยแม่กุญแจก็จะเปิดรับตัวเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ซึ่งตัวแม่กุญแจที่เราเปรียบเทียบกัน ก็จะเป็นเหมือนตัวรับ

ซึ่งตัวรับของไวรัสโคโรนานั้น มีเชื่อที่เรียกว่า ACE Two ซึ่งเจ้า ACE Two ดันมาอาศัยอยู่ในปอดของมนุษย์พอดี พอเชื้อไวรัสเดินทางเข้าสู่ร่างกาย มันก็จะวิ่งไปหา ACE Two ที่ปอดของมนุษย์พอดิบพอดี พอมันไปถึงปอด ก็ถือว่ามันประสบผลสำเร็จ และมันก็เกาะติดกัน และเข้าสู่ปอดขอมนุษย์นั่นเอง ซึ่งกระบวนการนี้ก็ถูกเรียกว่า เอนโดไซโทซิส

เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย มันก็ต้องพยายามอยู่รอด และแพร่พันธุ์ต่อไป และสร้างไวรัสตัวใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ในระหว่างที่เชื้อกระจายตัว ช่วงแรก ๆ เราจะยังไม่รู้ตัว จนมันกระจายได้พอสมควร

ร่างกายจึงจะเริ่มรู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอม และเมื่อนั้น กองทับภูมิคุ้มกันของเราก็จะรวมตัวกันมาสู้กับไวรัส สำหรับบางคน ช่วงนี้ก็จะเริ่มออกอาการ ไอ จาม และทำการแพร่เชื้อไปยงคนอื่น เพราะว่า เม็ดเลือดขาว และภูมิคุ้มกันของเราเริ่มต่อสู้กับไวรัสในร่างกายนั่นเอง และช่วงเวลานี้เองที่ทำให้เซลล์ปอดเกิดบาดแผล และทำให้เป็นแผลเป็น

ทำไมไวรัสโคโรนาจึงโจมตีที่ปอด

การติดเชื้อเริ่มแพร่กระจายในปอด จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนในปอด

การติดเชื้อ Covid-19 ส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของโฮสต์ รวมถึงหัวใจ สมอง และปอด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจ ผลกระทบต่อปอดจึงมีความสำคัญมากกว่ามาก

อาการที่พบบ่อยเมื่อได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา

1. หายใจไม่ออก

เมื่อโควิด-19 แพร่กระจายในปอด ผู้ป่วยอาจรู้สึกหายใจลำบาก เนื่องจาก ไวรัสขัดขวางไม่ให้ออกซิเจนเข้าสู่ปอด หากอาการนี้รุนแรงขึ้น ผู้ป่วยอาจต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจเพื่อรับการสนับสนุน

2. ไออย่างต่อเนื่อง

โควิด-19 ทำให้เกิดการอุดตันในทรวงอก ซึ่งจะอักเสบหลังจากไวรัสเข้า ทันทีที่มันเข้ามา SARS-CoV-2 จะแบ่งและเพิ่มจำนวนในเยื่อบุหน้าอก ซึ่งอาจส่งผลให้ไออย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อาการไอที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เป็นอาการที่ไม่มีเสมหะ หรือเสมหะ

3. ท้องเสีย

4. มีไข้

5. สูญเสียการได้รับรส และกลิ่น

6. เจ็บหน้าอก

โรคซาร์ส-CoV-2 อาจทำให้ปอดเสียหายถึงตายได้ ซึ่งในทางกลับกัน นำไปสู่อาการเจ็บหน้าอก

สำหรับผู้ที่เป็นโรคปอดบวม ปอดจะเต็มไปด้วยของเหลว และการอักเสบ ทำให้หายใจลำบาก โรคปอดบวมที่สาเหตุของโควิด-19 มักจะเข้ายึดปอดทั้งสองข้าง ถุงลมในปอด จะเต็มไปด้วยของเหลว ทำให้ไม่สามารถรับออกซิเจนเข้าไป และทำให้หายใจลำบาก ไอ และอาการอื่น ๆ ได้

ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งของกรณีที่รุนแรงของ Covid-19 คือภาวะติดเชื้อ แบคทีเรียเกิดขึ้น เมื่อการติดเชื้อไปถึง และแพร่กระจายผ่านกระแสเลือด ทำให้เนื้อเยื่อเสียหายได้ทุกที่ แบคทีเรียแม้เมื่อรอดชีวิต สามารถปล่อยให้ผู้ป่วยได้รับความเสียหายยาวนานต่อปอดและอวัยวะอื่น ๆ

เมื่อบุคคลมี Covid-19 ระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับผู้บุกรุก ซึ่งจะทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัสอื่นนอกเหนือจาก Covid-19 ซึ่งเป็น superinfection การติดเชื้อมากขึ้นอาจส่งผลให้ปอดได้รับความเสียหายเพิ่มเติม

Credit

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *